โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการเคลื่อนไหวของร่างกาย หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยนอกเหนือจากอาการสั่นและเคลื่อนไหวช้า คือ เสียงพูดจะค่อยๆ เบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดเบาลง และหากไม่ได้รับการฝึกฝนหรือบำบัดอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้สูญเสียความสามารถในการพูดอย่างถาวร
โรคนี้มักพบในผู้ป่วยกลุ่มคนสูงวัย (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ภายในปี ค.ศ. 2040 จำนวนผู้ป่วยของโรคพาร์กินสันในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จาก 6 ล้านคน เป็นจำนวน 12 ล้านคน สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสันในประเทศไทย ซึ่งกำลังเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” พบว่าปัจจุบันมีอัตราการป่วยโรคพาร์กินสันสูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มโรคความเสื่อมของระบบประสาท ทั้งนี้ โรคพาร์กินสัน ยังไม่มียารักษาให้หายขาด แต่ถ้าได้รับการวินิจฉัยและเข้าสู่ระบบการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ช่วยชะลอโรค ฟื้นฟู ประคับประคองอาการ และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของโรคพาร์กินสัน และเข้าใจในความทุกข์ยากลำบากในการใช้ชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพูดซึ่งเป็นหัวใจหลักของการสื่อสาร อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและสุขภาพจิตของผู้ป่วย สาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จึงจับมือกับ Dentsu Impact Thailand คิดค้น สร้างสรรค์ และพัฒนาแอปพลิเคชัน ‘PRAYKINSON – คาราโอเกะสวดมนต์ ฟื้นฟูเสียงของผู้ป่วยพาร์กินสัน’ แอปฯ ที่นำบทสวดมนต์มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีการวัดระดับเสียง ทำให้ผู้ป่วยสามารถฝึกออกเสียงผ่านบทสวดมนต์ที่คุ้นเคย พร้อมกับมีระบบติดตามพัฒนาการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบทั้งบนระบบ iOS และ Android ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมา
“โปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากความตั้งใจของทีมแพทย์ ที่ต้องการพัฒนาเครื่องมือช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยพาร์กินสันในคลินิกโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยมองหาวิธีการรักษาที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการบำบัดนอกเหนือจากการใช้ยา ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้ป่วยที่มาตรวจติดตามอาการ เราพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าผู้ป่วยสูงอายุหลายคนมีพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ นั่นคือการสวดมนต์ เป็นสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อหาความสงบทางจิตใจ และเป็นกิจวัตรที่สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน
ตรงนี้เองที่จุดประกายแนวคิดของโครงการฯ หากเราสามารถเปลี่ยนการสวดมนต์ที่ผู้ป่วยทำอยู่แล้วให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยฝึกออกเสียงได้ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังทำกายภาพบำบัด และเพื่อพัฒนาแนวคิดนี้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เราได้ปรึกษากับทีมครีเอทีฟจาก Dentsu Impact Thailand ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการนำ Creative Solutions มาประยุกต์ใช้กับปัญหาที่มีอยู่จริง ทาง Dentsu Impact ได้ช่วยหาอินไซต์ของผู้ป่วย และนำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริง”

อาจารย์นายแพทย์ ธนทัศน์ บุญมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคพาร์กินสันและกลุ่มอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ ประจำสาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงความคิดริเริ่มในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น
ด้านผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ที่ได้รับการแนะนำให้ทดลองใช้แอปฯ PRAYKINSON ในการฟื้นฟูเสียงพูด กล่าวถึงความรู้สึกและเผยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อใช้งานเป็นประจำทุกวันว่า
“เราดีใจที่มีแอปฯ ที่คิดขึ้นมาเพื่อให้คนเป็นพาร์กินสันได้ใช้ เพราะปกติเวลาพูดกับคนที่บ้าน เสียงจะเบาลงเรื่อยๆ จนบางทีเขาฟังไม่รู้เรื่อง ต้องพูดซ้ำหลายรอบก็เหนื่อย บางครั้งก็ไม่อยากพูดไปเลย แต่แอปฯ นี้ช่วยให้เราฝึกพูดได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่ต้องรอไปหาหมอให้ยุ่งยาก พอได้ลองใช้งานไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าเสียงตัวเองดังขึ้น เวลาคุยกับคนที่บ้าน เขาก็ไม่ได้ขอให้พูดซ้ำบ่อยเหมือนเมื่อก่อน แอปฯ ใช้งานง่าย แค่เปิดแล้วสวดมนต์ไปตามปกติ ไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ แถมยังมีแจ้งเตือนให้ฝึกทุกวัน พอทำไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าเสียงตัวเองดีขึ้น เลยใช้งานแทบทุกวัน เพราะปกติก็สวดมนต์อยู่แล้ว รู้สึกดีที่ได้ฝึกเสียงไปด้วยในตัว แอปฯ นี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องพูด แต่ใจมันสงบขึ้นด้วย”

ขณะที่ทีม Dentsu Impact Thailand นำโดย สุบรรณ โค้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ สายงานความคิดสร้างสรรค์, พัชรินทร์ สุโกรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และกริสดา กนิษฐะสุนทร ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ ในฐานะเอเจนซี่โฆษณาผู้สร้างสรรค์และพัฒนาแอปฯ PRAYKINSON ให้เกิดขึ้นและใช้ได้จริง ได้ร่วมกันแสดงข้อคิดเห็นถึงบทบาทของนักโฆษณาในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสานกับอินไซต์ผู้บริโภค จนเกิดเป็นโซลูชั่นที่มีประโยชน์ต่อผู้คนและสังคม

“ในฐานะคนทำโฆษณา เรามักได้ทำแคมเปญที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ แต่โปรเจกต์ PRAYKINSON เป็นสิ่งที่พิเศษมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่แคมเปญ แต่เป็น ‘นวัตกรรม’ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจริงๆ
โฆษณาที่ดีไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการสร้างการเปลี่ยนแปลง และ PRAYKINSON คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ‘ความคิดสร้างสรรค์’ สามารถแก้ปัญหาในโลกจริงได้ เราไม่ได้แค่สื่อสารปัญหาของโรคพาร์กินสัน แต่เราใช้ความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาให้พวกเขาโดยตรง อีกมุมหนึ่ง การทำงานกับโครงการแบบนี้ช่วยเปิดมุมมองให้กับวงการโฆษณาว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปใช้ในรูปแบบอื่นๆ ได้ ไม่ใช่แค่การสร้างแคมเปญให้แบรนด์ แต่ยังสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริงๆ และสุดท้าย สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้พิเศษ คือมันเกิดจากความร่วมมือของทั้งวงการแพทย์และวงการครีเอทีฟ เราได้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างศาสตร์ที่แตกต่างกันสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่มีคุณค่าได้ เราหวังว่า PRAYKINSON จะเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ดีๆ แบบนี้อีกในอนาคต”
จากจุดเริ่มต้นของปัญหาเล็กๆ ที่ผู้คนมองข้าม PRAYKINSON จึงกลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ป่วยพาร์กินสันได้ฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องพึ่งพาการเดินทางไปโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว และช่วยให้กลุ่มผู้ป่วยกลับมาสื่อสารกับคนที่รักได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
“สุดท้ายแล้ว PRAYKINSON ไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปฯ แต่มันคือความหวังของผู้ป่วยพาร์กินสัน ที่จะได้กลับมาสื่อสารกับคนที่รัก และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง เราหวังว่าแอปฯ นี้จะเป็นก้าวแรกของการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์ที่เข้าถึงง่าย และช่วยให้การรักษาไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ป่วยอีกต่อไป” อาจารย์นายแพทย์ ธนทัศน์ บุญมงคล กล่าวทิ้งท้าย
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน PRAYKINSON ได้ที่
App Store: https://bit.ly/PRAYKINSONIOS
Play Store: https://bit.ly/PRAYKINSONAndroid